คำสัญญา บทความจากหมอม่านเมฆ

“อยากกลับบ้าน”

นี่คือ ถ้อยคำที่คนไข้ที่หมอได้รับปรึกษารายหนึ่ง เขียนโย้เย้ลงในกระดาษ

คุณป้า อายุ 50 กว่าๆ วินิจฉัยมะเร็งรังไข่ระยะลุกลาม มีน้ำในช่องท้อง เหนื่อยหอบ และไตวาย ตัวโรคไม่สามารถรักษาด้วยเคมีบำบัดได้แล้ว คุณหมอเจ้าของไข้ จึงปรึกษาให้หมอช่วยดูแลช่วงระยะท้าย หมอกับทีม เข้าไปหาคุณป้าและคุยกับญาติ  เห็นภาพคุณป้ารูปร่างท้วมใหญ่ นอนบนเตียงในห้องไอซียู รอบเตียงเต็มไปด้วยสายน้ำเกลือ ให้ยาระโยงระยาง พร้อมเครื่องช่วยหายใจแบบ full support

คุณป้ารู้สึกตัวดี สื่อสารได้ แม้จะใส่ท่ออยู่ ก็สามารถเขียนลงกระดาษได้  พอทีมเข้าไป คุณป้ามองมาทางหมอและทีมด้วยความหวัง “ตอนนี้ คุณป้าให้หมอช่วยอะไรได้บ้าง” “ช่วยให้ป้ากลับบ้าน ขอเร็วๆนะ” คุณป้าเขียนตอบ พร้อมมองทีมด้วยสายตาคาดคั้น หมอกับพี่พยาบาลได้แต่มองหน้ากัน full support ขนาดนี้ จะเอากลับยังไงดีล่ะ “ทำไมอยากกลับบ้าน?” “อยู่บ้านสบายกว่า เอาท่อออกให้ด้วย อยากพูดกับคนที่บ้าน” ฉันเริ่มไม่แน่ใจ ว่าคุณป้าเข้าใจตัวโรคตัวเองขนาดไหน “คุณป้า ตอนนี้ตัวโรคเป็นเยอะ คุณป้ารู้ใช่ไหมคะ?” คุณป้าพยักหน้า  “ถ้ากลับครั้งนี้ ก็คือ มีโอกาสเสียชีวิตที่บ้านนะ มีโอกาสจะเหนื่อยมากช่วงที่เสียด้วย” “รู้แล้ว จะกลับ ไม่เหนื่อย ทนได้” “ให้ญาติมาเฝ้าที่นี่แทนไหม?” “ ไม่เอา ไม่เหมือนกัน จะกลับ” “หมอเข้าใจความต้องการของคุณป้า ทีมจะพยายามเต็มที่นะคะ  ขอทีมคุยกับหมอเจ้าของไข้ก่อน และคุยกับครอบครัวด้วย เพราะครอบครัวเขาต้องดูแลคุณป้านะ” หลังคุยกับหมอเจ้าของไข้ ฉันทราบว่า โอกาสเอาท่อออกได้เองแทบเป็นศูนย์ คนไข้ลดเครื่องช่วยหายใจไม่ได้เลย แค่ลองลดนิดหน่อยก็ดูเหนื่อยขึ้นชัดเจน จนหมอต้องเพิ่มอัตราการช่วยของเครื่องกลับเข้าไป ถ้าจะลดเครื่องคงต้องให้มอร์ฟีนทางเส้นเลือดช่วยแน่ๆ ซึ่งอาจจะทำให้ง่วง แถมค่าของเสียที่คั่งค้างจากไตวาย ก็ไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่กี่วันคุณป้าจะซึมลงและไม่สามารถพูดคุยสื่อสารได้อีก ทุกอย่างเป็นงานท้าทาย ซึ่งหมอต้องรีบจัดการทุกอย่างแข่งกับเวลา

บ่ายวันนั้น เราเรียกประชุมครอบครัวเลย สามี ลูกสาว ลูกชาย และน้องชายคนสนิท เข้าร่วมตัดสินใจ ทุกคนรับทราบพยากรณ์โรคว่าคุณป้าอยู่ระยะท้าย และคงเหลือเวลาที่รู้ตัวไม่กี่วัน เป้าหมายตรงกัน คือดูแลไม่ให้คุณป้าทรมาน ไม่ทำหัตถการปั๊มหัวใจ ให้ยาบรรเทาอาการเรื่องเหนื่อย และเอาท่อออกถ้าสามารถทำได้  ส่วนความต้องการของคุณป้าเรื่องจะกลับบ้าน ครอบครัวสองจิตสองใจ อยากทำให้ แต่ไม่มั่นใจที่จะจัดการอาการช่วงท้าย โดยเฉพาะเรื่องหอบหลังเอาท่อออก ถ้าครอบครัวเห็นภาพคุณป้าเหนื่อยมาก คงทนให้อยู่บ้านไม่ไหว ทีมพยายามต่อรอง พร้อมให้ support ว่าจะไปดูแลช่วงเอาท่อออกให้ ไปส่งให้ที่บ้าน มียามอร์ฟีนปักให้ทางใต้ผิวหนัง ไม่ให้แกเหนื่อย คุมอาการให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ครอบครัวยังตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี จึงขอรอคุณพ่อคุณแม่ของคุณป้า ซึ่งจะเดินทางมาในวันพรุ่งนี้ ร่วมตัดสินใจด้วย

วันรุ่งขึ้น หมอมาประชุมครอบครัวอีก ทางครอบครัวยังไม่พร้อมที่จะเอากลับบ้าน  ส่วนตัวคุณป้ายังยืนยันคำเดิม เรื่องกลับบ้าน และถอดท่อออก เพราะไม่อยากทรมานแล้ว “สัญญาได้ไหม ว่าจะเอาป้ากลับ?” คุณป้าเขียนพร้อมกับจับมือเรา ขอคำมั่นสัญญา พี่พยาบาลตอบหลังดูแนวโน้มครอบครัวอาจจะยากจริงๆ “หนูขอโทษที่ต้องบอกความจริง” “เรื่องกลับบ้านอาจจะยาก แต่เรื่องถอดท่อ คุณหมอจะทำให้ แต่อาจจะต้องให้คุณป้าเซ็นเอกสารแสดงความต้องการถอดท่อ และจากไปตามธรรมชาตินะ” ตอนแรกคุณป้ายังไม่ยอม จะกลับอยู่ แต่เมื่อคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณป้ามา เราได้พูดคุยกัน เขาบอกเลย ว่าเขาเห็นภาพลูกตายที่บ้านไม่ได้หรอก มันไม่ได้จริงๆ ทางทีมจึงขอให้ทางครอบครัวลองคุยและตกลงกัน สุดท้ายเมื่อคุณพ่อคุณแม่เข้าไปคุย คุณป้าก็ยอมรับที่จะอยู่โรงพยาบาลช่วงท้ายในที่สุด

ถึงหมอจะไม่สามารถทำตามความต้องการเรื่องกลับบ้านได้ แต่การถอดถอนท่อและเครื่องช่วยหายใจ หมอพยายามจะทำให้ หลังจากที่คุยกับคุณป้า เป้าหมายที่จะถอดท่อ คือไม่ขอทรมานจากการมีท่ออยู่ และต้องการพูดกับครอบครัวช่วงสุดท้ายด้วยเสียงของตัวเอง ซึ่งมันไม่ง่าย ใช้เครื่องตีช่วยหายใจเยอะขนาดนี้ จะถอดไม่ให้เหนื่อย ต้องใช้ยาปริมาณมากพอควร ซึ่งถ้ายาไม่พอคุณป้าจะทรมานจากเหนื่อย แต่ถ้ายาเยอะไป คุณป้าจะหลับและไม่สามารถตื่นมาพูดกับครอบครัวได้อยู่ดี หมอต้องคอยยืนเฝ้าข้างเตียง ค่อยๆเพิ่มยาช้าๆ ร่วมกับค่อยๆลดเครื่อง กว่าจะเอาท่อออกได้ก็หลายชั่วโมง จังหวะที่ถอดท่อ หมอก็ลุ้นอยู่ ว่าจะไหวไหม แต่ก็ให้ญาติทั้งหมดมาเยี่ยมด้วย เพราะหลังถอดท่อไม่รู้คุณป้าจะมีเวลาเหลือแค่ไหน ปรากฏว่าเหตุการณ์เป็นไปด้วยดี เราถอดท่อให้คุณป้าได้ ใส่แค่ออกซิเจน ร่วมกับการให้มอร์ฟีนทางเส้นเลือดขนาดไม่สูงมาก และคุณป้าก็รู้ตัวดี หมอเป็นคนดึงท่อออกให้ ด้วยมือตัวเอง ช่วงที่ดึงท่อออก มันมีความคิดปรุงแต่งกลัวขึ้นมาเหมือนกัน “ถ้าเขาตายคามือเราล่ะ?” “ถ้าเขาทรมานหลังจากที่เราดึงออก มันจะเป็นยังไง?” แต่มีสติรู้สึกตัว ไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป พยายามดึงท่อออกอย่างนุ่มนวลแต่เร็วที่สุด ร่วมกับให้พี่พยาบาล standby ยาฉีดเพิ่มไว้ในมือด้วย ถ้าเหนื่อยมากก็จะเพิ่มยาได้ทันที โชคดีเหลือเกินที่ทุกอย่างราบรื่น ทันทีที่ดึงท่อออก คุณป้าหันมามองหมอด้วยสายตาขอบคุณ จับมือทุกคนในทีม และขอบคุณที่ช่วยเอาท่อออกให้ป้า ทุกคนในครอบครัวเข้ามาล้อมรอบเตียงเพื่อพูดคุยกับคุณป้า ทันทีที่คุณป้าพูดได้ ป้าหันมายิ้มและพูดกับหมอว่า “คุณหมอนี่ หน้าตาเหมือนน้องสาวของป้าเลย” หมอยิ้มให้ “จริงเหรอคะ” น้องชายคุณป้าก็พูดขึ้นมาว่า “เจ้จะพูดยังงี้ได้ไง คุณหมอเขาสวยกว่าตั้งเยอะ” หลังจากนั้นทุกคนก็หัวเราะและยิ้มให้กัน มันเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข มันมีความสุขมากจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าบรรยากาศแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ ทั้งๆที่คนไข้แทบจะมีเวลาเหลือแค่หลักชั่วโมงด้วยซ้ำ หลังจากนั้นน้องชายมาแอบกระซิบว่า “เจ้เขาเป็นคนพูดเก่ง แกชอบพูด นี่ถอดท่อยังหอบๆบ้าง แต่แกพูดไม่หยุดเลย ขอบคุณทีมหมอมากนะครับ” 

ถึงแม้คุณป้าจะซึมหลับไปในช่วงคืนนั้น และจากไปอย่างสงบในวันรุ่งขึ้น แต่เวลาหลายชั่วโมงที่คุณป้าตื่นหลังถอดท่อ คุณป้าได้ใช้มันอย่างมีความสุข ได้คุยกับครอบครัวอย่างที่แกหวังไว้ ทางหอผู้ป่วยไอซียูก็ดูแลผู้ป่วยอย่างดีมาก ถึงจะหาห้องพิเศษย้ายไม่ได้ แต่ย้ายเตียงไปอยู่โซนที่เป็นส่วนตัว อนุญาตให้ญาติปูนอนข้างเตียงผู้ป่วยในไอซียู ทำให้ได้ใช้เวลาสุดท้ายร่วมกัน

การดูแลคุณป้าทำให้หมอได้เรียนรู้หลายๆอย่าง หมอเองเป็นหมอใหม่ เพิ่งจบสาขามะเร็งเด็ก มาทำงานดูแลคนไข้ palliative ผู้ใหญ่ได้ยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ไม่ได้จับปุ่มปรับเครื่องช่วยหายใจมาหลายปี และไม่เคยมีประสบการณ์ถอดท่อช่วยหายใจคนไข้ระยะท้ายมาก่อนเลย คุณป้าเป็นรายแรกของหมอจริงๆ แต่เราก็ยังสามารถดูแลคุณป้าได้ ถึงแม้ไม่อาจทำตามคำสัญญาที่คุณป้าร้องขอได้ทั้งหมด แต่ก็ได้ทำให้คุณป้าได้ทำสิ่งที่มีความหมายในช่วงเวลาสุดท้าย และจากไปอย่างหมดห่วงกังวล

“ใจ” ที่อยากช่วย ความทุ่มเท และความช่วยเหลือจากทีมที่พร้อมจะเดินไปด้วยกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่างก็มีส่วนช่วยทำให้ภาพสุดท้ายของคนคนหนึ่งปิดฉากลงอย่างงดงามท่ามกลางความรักของครอบครัว และส่งความรู้สึกที่ดีกลับมาสู่ตัวเราเอง ทำให้จิตวิญญาณของเราได้มีโอกาสเรียนรู้ในทุกแง่มุมของชีวิต นำไปสู่การเติบโต ความบริบูรณ์ และถ่องแท้ในความหมายของชีวิตในท้ายที่สุด

 

บทความโดย หมอม่านเมฆ