มะเร็ง ภูมิคุ้มกันความทุกข์ และความหวังดี: ธรรมะจากพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

เด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขได้ ย่อมต้องสามารถจัดการกับความทุกข์ที่จะประสบในอนาคต การเลี้ยงลูกให้ลูกอยู่สบาย กลับมีความเสี่ยงที่พ่อแม่คาดไม่ถึง หลายคนเป็นทุกข์อย่างหนักในวัยผู้ใหญ่ เพราะไม่เคยจัดการกับความทุกข์มาก่อน
 
สร้างภูมิคุ้มกันต่อความทุกข์
 
ภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นเมื่อ เราได้เจอเชื้อโรคมาก่อน เวลาเราฉีดวัคซีน ก็เป็นการฉีดเอาเชื้อโรคแบบที่อ่อนแรง เข้าไปให้รู้จักก่อน แล้วเมื่อเจอเชื้อโรคจริงตามธรรมชาติ เราก็สามารถสู้กับเชื้อโรคจริงได้ ไม่ป่วยรุนแรง
 
งานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก พบว่า มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งชนิดนี้ในเด็ก ปัจจัยแรกคือเซลต้องมีการผ่าเหล่าโดยบังเอิญโดยเฉพาะที่ไขกระดูกเสียก่อน  ปัจจัยที่สองพบว่า เด็ก ๆ ที่ผ่าท้องคลอด ไม่เคยไปเนิสเซอรี่เมื่ออายุ ๑ ขวบ และได้รับการเลี้ยงดูอย่างสะอาด มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งชนิดนี้สูงกว่าเด็กที่เลี้ยงอีกแบบหนึ่ง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?  
 
เด็กที่คลอดธรรมชาติ ย่อมสัมผัสกับเชื้อโรคในช่องคลอดของแม่ และหากไปเนิสเซอรี่ขณะแบเบาะ ก็จะสัมผัสเชื้อโรคจากเด็กคนอื่นด้วยกัน ทำให้มีภูมิคุ้มกันตั้งแต่เล็ก เช่นเดียวกับเด็กเล่นน้ำในแม่น้ำลำคลอง บางทีก็กลืนน้ำที่ไม่สะอาดนักเข้าไปบ้าง อึกสองอึก ก็ไม่ได้ป่วยหนักอะไร แต่เด็กที่เลี้ยงอย่างสะอาด ไม่ค่อยป่วยไข้หรือเจอเชื้อโรคเลย เมื่อวันหนึ่งเมื่อเชื้อโรคเข้าไปในร่างกาย ภูมิคุ้มกันจะมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรงหรือ “overreact” กับเชื้อโรค และหากบังเอิญมีเซลที่ผ่าเหล่าอยู่ก่อน ก็จะผลิตเซลเม็ดเลือดขาวมากเกินไปจนกลายเป็นมะเร็ง เช่นมีการพบว่าเด็กเหล่านี้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวหลังจากเป็นหวัด ๓-๖ เดือน 
 
พระอาจารย์เคยพบเด็กไทยที่ไปเรียนเยอรมัน หลายคนรู้สึกเศร้า คิดฆ่าตัวตาย พวกเขาล้วนเป็นเด็กเก่ง ได้ทุนไปเรียนที่เยอรมัน แต่เมื่อไปพบกับการศึกษาที่เข้มข้น มาตรฐานสูง ภาษาไม่ได้ จากคนเก่งเป็นที่ ๑ ของอำเภอหรือจังหวัดในเมืองไทย กลายเป็น นักเรียนที่เรียนไม่ดีในเยอรมัน พวกเขาไม่เคยเจอความผิดหวังมาก่อน เมื่อมาเจอความผิดหวังเข้า ก็มีอาการรุนแรง เรียกได้ว่า พวกเขาไม่ค่อยได้เคยเจอความทุกข์ เช่น ความล้มเหลว หรือความผิดหวังมาก่อน ไม่มีภูมิคุ้มกันกับความทุกข์ จึงจัดการไม่ค่อยได้
 
การเลี้ยงดูเด็ก จึงพึงให้เด็กได้พบกับความทุกข์ยากบ้าง โดยการให้โอกาสเด็กทำอะไรด้วยตนเอง แล้วไม่สำเร็จ เด็กจึงจะต้องหาหนทางทำเองบ้างจนเกิดความสำเร็จ การที่เขาได้เรียนรู้ความทุกข์ยาก จะเป็นภูมิคุ้มกันความทุกข์ในวัยผู้ใหญ่ มิให้หนักหนามากนัก 
 
เรามักทำร้ายกันในนาม “ความหวังดี”
 
การดูแลลูกหลาน ให้อยู่สบาย ไม่ต้องเหนื่อย เป็นสิ่งที่ดูเหมือนดี และมาจากความรักความหวังดีของพ่อแม่ที่ยอมเหนื่อยแทน แต่ความหวังดีเหล่านี้กลับมีผลเสียที่เราไม่ได้คาดคิด เพราะเด็กไทยหลายคน หรือส่วนใหญ่จิตใจจึงอ่อนแอ หนักไม่เอา เบาไม่สู้ เกิดทัศนคติ หวังลาภลอยคอยโชค เช่นการพนัน เล่นหวยหรือนิยมทางลัด เช่น การโกงในรูปแบบต่าง ๆ 
 
ในการดูแลพ่อแม่ บางทีเราก็แนะนำสิ่งที่ถูกต้อง เช่น พ่อเป็นมะเร็งปอดแล้วเราแนะนำว่าให้งดบุหรี่  หรือว่า แม่เป็นเบาหวานแล้วเราแนะนำว่าให้งดของหวาน ความคิดและคำแนะนำเหล่านี้ แม้ว่าโดยตัวมันเองเป็นคำแนะนำที่ถูกต้อง และเป็นความหวังดี แต่พ่อแม่ก็มักไม่ฟัง เพราะทำเช่นนี้มาตลอดชีวิต ลูกหลายคนเป็นทุกข์ที่เห็นพ่อแม่ไม่ทำตามคำแนะนำ เกิดความไม่พอใจ ถึงกับต่อว่าพ่อแม่ กลายเป็นทุกข์กันทั้งคนพูดและคนฟัง คือทั้งครอบครัว ความหวังดีกลับเป็นการทำร้ายกัน  นั่นเป็นเพราะยึดติดในความหวังดีของตน อยากให้เขาดีตามที่ตนแนะนำ หรือดีอย่างที่ตนอยากเห็น
 
หลวงพ่อเฟื่อง โชติโก ซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่านหนึ่งของหลวงปู่มั่นกล่าวว่า ความคิดของเราแม้จะถูก แต่ถ้ายึดติดเมื่อไหร่ มันก็ผิด ประเด็นจึงอยู่ที่การยึดว่า ความคิดของกูถูก ก็จะเกิดปัญหาขึ้น 
 
ความหวังดีนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ายึดติดมากไป ก็จะทำให้เป็นทุกข์ทุกฝ่าย เพราะทำให้เกิดการกดดันคาดคั้น ดังนั้นไม่ว่าจะหวังดีอย่างไร เราพึงเคารพความคิดเห็นของทุกคน ในเรื่องที่เป็นชีวิตของเขา และปล่อยวาง “ความหวังดี” ของเราลงไว้  
 
มีผู้ถามว่า พ่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อยู่ในไอซียู ทำอย่างไรจึงจะตายดี และได้ทำเต็มที่? 
 
พระอาจารย์ตอบว่า การตายดีก็มีสองปัจจัย ปัจจัยแรกคือ จิตสงบ ปล่อยวางได้ ซึ่งอาจแนะนำญาติ ได้ว่า ให้ “นึกถึงพระ ละทุกสิ่ง” การนึกถึงพระ อาจจะทำให้จิตที่กระวนกระวายนึกถึงอกุศลอยู่ ได้เข้ามาอยู่ในกุศล และเมื่ออยู่ในกุศลแล้ว ก็ชวนให้ใจสงบ แม้รอบตัวจะดูวุ่นวาย
 
อีกปัจจัยหนึ่งของการตายดี คือได้รับการดูแลที่ดี คือช่วยให้สุขสบาย ลดความทุกข์ทรมาน การอยู่ไอซียู ดูเหมือนเป็นการทำเต็มที่ เป็นความหวังดีที่จะยื้อชีวิต แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการยื้อความตาย สร้างความทุกข์ทรมานแก่คนไข้
 
โลกเราทุกวันนี้ อยู่สบายตายสงบได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความหวังดีของญาติพี่น้องเป็นเหตุ ทำให้ตายยากขึ้น เจ็บปวดมากขึ้น หากเราจะเลือกตายสงบวันนี้ ก็สามารถเลือกได้โดย “การแพทย์ประคับประคอง” ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต บำบัดความทุกข์ ทำเต็มที่ได้โดยไม่ต้องอยู่ไอซียู ไม่ยื้อความตายด้วยการใส่ท่อต่าง ๆ ไม่ยื้อด้วยการให้ยา อนุญาตให้ตายตามธรรมชาติ เวลานี้ในโรงพยาบาลใหญ่มีทีมแพทย์ประคับประคองให้บริการแล้ว คุณหมอด้านนี้จะช่วยให้หายจากทุกข์ทางกายได้ มีโอกาสตายดีมากขึ้น
 
ผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม ที่สนใจการดูแลประคับประคองสามารถติดต่อ เพื่อนมะเร็งไทย เพื่อส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป ทางเฟซบุ๊ก Thai Cancer Society หรือ ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม
 
26 มิถุนายน 2561  ณ ​โรงเรียนทอสี
เรียบเรียงโดย ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร